Saturday, May 27, 2006

ให้กำลังใจตัวเอง

รักของผมจบลงแล้ว
ไม่มีใครอยากให้ความรักมันจบแบบนี้หรอก
เธอทนผมไม่ไหวแล้ว
ถึงเวลา ต้องไป ก็ต้องไป ไม่ว่าเธอจะมีคนใหม่ หรือไม่ ก็ตาม ผมต้องเดินต่อไป
แม้จะเจ็บปวด เสียใจ ขนาดไหนก็ตาม
แต่มันแย่ที่สุด ตรงที่ที่บ้านผมรู้เรื่อง
และเป็นกังวลกับผมมากๆ เพราะผมจะบวชเรียนอีกไม่กี่วันนี้แล้ว
ผมตั้งใจที่จะบวชทดแทนคุณบุพาการี แต่กลับทำให้ท่านได้บุญไม่เต็มที่ไปอีก
แม้ผมจะฟูมฟายขนาดไหน ผมตั้งใจไว้แล้วว่าผมสงบพอที่จะบวชเรียน
ผมแข็งแรงพอที่จะเดินต่อไป
ไม่ใช่ว่าผมไม่รักเธอนะ แต่ผมต้องรักตัวเองให้ได้ก่อน
ซึ่งตอนที่เธออยู่ข้างๆ ผมนั้น เธอพร่ำสอนผมเสมอ แต่ผมยังทำไม่เป็นเสียที ยังรักสังคม และยินดีที่จะช่วยเหลือผู้อื่นมากกว่าคนที่อยู่ข้างๆผม
จนผมต้องเสียผู้หญิงที่รักผมไปเป็นคนที่สอง (และคาดว่าคงเป็นคนสุดท้าย) โทษใครไม่ได้ เว้นแต่ตัวเอง
สุดท้าย ภาวนาให้เธอกลับมา และขอให้ผมได้กลับไป ใช้ชีวิตกับเธออีก ในวันที่ผมพร้อมและหัวใจเธอยังพอจะมีที่ว่างและให้อภัยผมอยู่
แต่ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ ผมก็ขอให้เธอมีความรักครั้งใหม่ที่ดีๆ มีคนที่เข้าใจ และรักเธอมากๆ มากกว่าที่เธอรักผม ตามใจเธอได้ทุกอย่าง
อย่างน้อยที่สุด เธอก็มีความสุขมากกว่าเมื่อก่อน ตอนที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับผม
ถ้าเป็นไปได้ ผมจะไม่รู้จักเธอ และไม่เอาเธอเข้ามาในชีวิตผม เพราะเธอควรมีผู้ชายที่ดีกว่าผมอยู่ข้างๆ ปกป้องดูแลเธอได้ดีกว่านี้
ศรัทธาแห่งรักของเธอมีค่ามาก ขอให้เธอเจอผู้ชายที่รู้ค่าของมัน เพราะวันนี้มันได้ไปจากผมแล้ว
อโหสิให้กับผมด้วยนะ kfc...

Tuesday, May 16, 2006

เตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในร่มผ้าเหลือง

อีกไม่กี่วัน ผมก็จะเข้าสู่พิธีอุปสมบทแ้ล้ว

ตอนนี้กำลัง นั่งท่องบทสวดอย่างมึนงง เพราะค่อนข้างเยอะ และภาษามคธ (บาลี)

มันก็อ่านยากพอสมควร สำหรับคนอ่านภาษาไทยไม่แข็งอย่างผม

คิดไปคิดมาก็น่าตกใจเหมือนกันที่ผมจะต้องไปใช้ชีวิตในอีกแบบวิถีหนึ่ง ซึ่งตั้งแต่เกิดจนอาุยุปูนนี้่

ได้แต่กราบไหว้และให้ความนับถือ (บ้าง ไม่นับถือบ้างกับ) บุคคลประเภทนี้

แต่ผมคิดอยู่อย่างหนึ่งว่า ชีวิตผมอาจจะไม่ค่อยทำให้ให้พ่อแม่มีความสุขนัก ก็เลยอยากจะใช้

โอกาสนี้ ตอบแทนท่าน ให้ท่านมีความสุขเหมือนกับพ่อแม่ของคนอื่่นๆ บ้าง

และอย่างน้อย ผมอาจจะค้นหาตัวตนของผมเองเจอ ในขณะที่ผมศึกษาพระธรรมนี้ก็ได้

นอกจากนี้ ระหว่างที่ผมบวชอยู่นี้ ผมจะได้พักจิต ไม่ต้องกังวลในเรื่องทางโลกของผม ที่มันปวดหัว

เหนื่อยใจ เหมือนอย่างทุกวันนี้

และมันอาจจะทำให้ผมค้นพบสัจจธรรมในแก่นของพระพุทธศาสนา

ที่พระภิกษุหลายรูปต้องการที่จะประสบพบเจอในขณะครั้งที่บวชเรียนนอยู่ก็ได้

(อันนี้ เว่อร์ไป)

สิ่งที่ผมหวังนอกจากที่ได้เขียนระบายไปข้างต้นแล้ว ในท้ายที่สุดคือ เมื่อผมกลับมาเป็นฆราวาส

ผมจะมีแรง มีพลัง ต่อสู้ กับลิขิตชีวิต ของผม ได้อย่างเต็มที่ และเข้าใจ เหตุและผล ของ

การกระทำและการงดเว้นการกระทำ ของมนุษย์ ได้มากกว่าในวันนี้ ยิ่งขึ้น